Readspread.com

News and Article

คนยุคที่มีแต่ฉัน ฉัน ฉัน

ภาพปกนิตยสาร TIME ปี 2013 (พ.ศ.2556) กล่าวถึง GEN ME ไว้อย่างเจ็บแสบ "คนยุคที่มีแต่ฉัน ฉัน ฉัน คนยุคมิลเลนเนียล เป็น คนขี้เกียจ หลงตัวเอง คอยอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ทำไมพวกเขาจึงจะมาช่วยพวกเรา"
GEN ME ปกนิตยสาร TIME

สิบกว่าปีก่อนผมได้อ่านคำทำนายนิสัยของคนในแต่ละรุ่น และดูเหมือนว่า GEN ME จะเป็นรุ่นที่เห็นแก่ตัวที่สุด ไม่รู้จักขอโทษผู้อื่น ไม่รู้จักการมีน้ำใจ ไม่เคารพต่อความหลากหลายทางความคิดและวัฒนธรรม มองตัวเองเป็นพลเมืองโลก มากกว่าเป็นคนของประเทศใดประเทศหนึ่ง จนแทบจะหาข้อดีได้น้อยมาก แย่ที่สุด นับตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

คนรุ่น GEN ME จากเดิมที่นักวิเคราะห์จำกัดนิยามนี้ไว้เฉพาะรุ่น GEN Y แต่ปัจจุบันเราได้เห็นแล้วว่าปัญหาความเห็นแก่ตัว ได้ลุกลามต่อเนื่องมาถึงคนรุ่น GEN Z (ผู้ที่เกิดปี พ.ศ. 2540 – 2552) และเป็นไปตามคำทำนายของนักวิเคราะห์ทั้งสิ้น

อยากย้ายประเทศ ศาสนายังจำเป็นอยู่ไหม กษัตริย์ต้องมีอยู่ไหม ทำไมต้องเสียสละที่นั่งให้เด็ก สตรี และผู้หญิงมีครรภ์ ทำไมฉันต้องยอมด้วยในเมื่อฉันไม่ชอบ ฉันไม่จำเป็นต้องอดทนกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ฉันไม่จำเป็นต้องให้เกียรติผู้อื่น แม้กระทั่งผู้ที่ตายไปแล้วฉันก็มีสิทธิ์วิจารณ์ได้ แต่ใครวิจารณ์ฉันคือละเมิดสิทธิ์ที่ฉันพึงมี ทุกอย่างกระจ่างชัดมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ในเรื่องนิสัยการทำงาน GEN ME ถูกแบ่งออกเป็น 2 ระดับ

ระดับแรกคือลูกคนที่มีฐานะปานกลางถึงร่ำรวย กลุ่มนี้มีพ่อแม่คอยซัพพอร์ตด้านการเงิน งานไหนที่พวกเขาเห็นว่าเหนื่อย ได้เงินน้อย ทำงานแล้วเสียเวลา พวกเขาจะลาออกจากงานนั้น เพื่อหางานใหม่ที่ให้เงินเดือนสูงกว่าในทันที โดยที่ยังไม่ได้สมัครงานใหม่เสียด้วยซ้ำ เพราะพวกเขารู้ว่าเมื่อออกมาแล้วยังมีคนเลี้ยงดูเขาอยู่ ไม่มองเรื่องการซื้อบ้าน แต่มองเรื่องการเช่าอยู่เป็นสิ่งสำคัญ และทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินโดยไม่สนใจเรื่องความถูกต้องและวิธีการ ทำผิดกฎหมายเล็กน้อยเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ เพราะนักการเมือง ตำรวจยังโกงกินเป็นเรื่องปรกติ

ระดับที่สอง คือลูกคนที่มีฐานะปานกลางถึงยากจน กลุ่มนี้จะคล้ายกับกลุ่มแรกในเรื่องการย้ายงาน แต่พวกเขาจะมีความยับยั้งชั่งใจ คิดถึงอนาคตและภาระที่มีมากกว่า ต้องได้งานที่ดีแล้วเท่านั้นถึงจะลาออกมา ดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม อะไรที่ได้เงินพวกเขาทำหมดโดยไม่เลือกวิธีการเช่นกัน ในระดับนี้ผมมองว่าพวกเขาจะเป็น GEN ME ที่นิสัยดีกว่ากลุ่มแรกอยู่มาก แม้จะมีแนวคิดแปลกๆหลุดมาบ้างก็ตาม

ในมุมมองส่วนตัวผมเองคิดว่า ความเห็นแก่ตัวของ GEN ME จะไม่สร้างปัญหาให้กับสังคมในระยะยาว ด้วยเหตุผล 2 ประการคือ

1.โลกการทำงานจะสอนบทเรียนชีวิตให้แก่พวกเขา สิ่งแวดล้อมในที่ทำงาน การแข่งขันทางธุรกิจและการแข่งขันกับเพื่อนร่วมงาน การได้เจอผู้ใหญ่ในที่ทำงานที่จะช่วยสอนงาน ขัดเกลาความคิด ความอ่าน การได้เจอผู้คนมากหน้าหลายตาที่มีนิสัยแตกต่างกัน พวกเขาจึงไม่ได้เป็นผู้ที่แสดงความแล้งน้ำใจต่อผู้อื่นได้เพียงฝ่ายเดียว เพราะคนเจนเดียวกับเขาจะปฏิบัติกับพวกเขาแบบนี้เช่นเดียวกัน หลังจากนั้นพวกเขาจะเข้าใจโลกมากขึ้นรู้ว่าอะไรควรทำและไม่ควรทำ ฉลาดมากขึ้นเพียงแต่ช้าและรู้จักคิดช้ากว่าคนเจนอื่นเท่านั้นเอง

2.คนเจนนี้มีลูกน้อย ด้วยพวกเขาจะเป็นเจนที่ไม่ประสบความสำเร็จด้านความรักและครอบครัวมากที่สุด พวกเขามองความรักเป็นแค่การอยู่ร่วมกับอีกคน ถ้ารู้สึกไม่พอใจก็ลาออกมาได้เหมือนลาออกจากงาน ถ้ามีลูกก็แค่เลี้ยงคนเดียวจะเป็นอะไรไป และด้วยนิสัยชอบเที่ยวอยากท่องโลก ไม่อยากมีลูกเป็นภาระ ทำให้ GEN ME ส่วนใหญ่มีลูกน้อย และเมื่อถึงเวลาอยากมีลูกพวกเขาจะพบว่าอายุพวกเขาอาจล่วงเลยมาถึงหลักสี่ จะเข้าเขตรังสิต ปทุมธานี จนมีลูกยากไปแล้ว เรื่องการเผยแผ่แนวความคิดเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง การตั้งคำถามที่ดูเหมือนฉลาดแต่ไม่เคยหาคำตอบที่ถูกต้องก็จะลดลงตามลำดับ

ประกอบกับการเข้ามาแทนที่ด้วย GEN ALPHA ( เด็กที่เกิดปี พ.ศ.2553 – 2568) ซึ่งวิเคราะห์กันว่าจะเป็นเจนที่มีความฉลาดทางสติปัญญา อารมณ์ และทางสังคมมากที่สุด จะทำให้สังคมเริ่มกลับเข้าสู่ที่ทางที่ควรเป็น เพราะได้รับการเลี้ยงดูสั่งสอนจากคน GEN X ช่วงปลาย และ GEN Y (GEN ME) ที่มองความผิดพลาดเหล่านี้มาเป็นบทเรียน พร้อมวิธีการรับมือกับคน รุ่นที่ถูกตราหน้าว่าเห็นแก่ตัวที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

Copyright © Readspread.com ติดต่อฝ่ายข่าว Tel.089-922-7859 Email/Yothin.Yoojongdee@gmail.com | Newsphere by AF themes.