Readspread.com

News and Article

ศัตรูของศัตรู คือมิตรแห่งเรา 02 (มุมมองประเทศจีน)

สถานการณ์ในทะเลจีนใต้เริ่มกดดันหนักหน่วงมากขึ้น หลังจากสหรัฐอเมริกาตั้งฐานทัพที่ประเทศฟิลิปปินส์แบบอยู่กันยาวๆ ถ้าเปรียบทะเลจีนใต้เป็นโต๊ะกินข้าวที่เดิมมีสมาชิกอยู่ 5 ประเทศ ตอนนี้สหรัฐอเมริกาก็มาขอร่วมวงกินข้าว แถมเลือกที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจีนเพื่อจะได้สบตากันชัดๆ และจิกกัด 5 แผลของจีนแบบค่อยๆ ขยี้ไปเรื่อย

จนกว่าจีนจะยอมรับ คำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการถาวร ณ กรุงเฮก เมื่อปีพ.ศ.2559 (เรื่องเขตแดนในทะเลจีนใต้ ที่ฟิลิปปินส์เป็นผู้ยื่นฟ้อง) เลิกรุกล้ำน่านน้ำประเทศเพื่อนบ้าน และทำให้ทะเลจีนใต้เป็นเขตเดินเรือสากลที่ยั่งยืน

— แผลแรก — คือปัญหาในเขตปกครองตนเอง ซินเจียงอุยกูร์ ปัญหาในเขตนี้สหรัฐอเมริกาเคยหยิบยกมาโจมตีประเทศจีนอยู่เป็นระยะ (ซึ่งเป็นเรื่องภายในของจีนที่กำลังแก้ปัญหากันอยู่) แต่จีนก็แก้ปัญหาด้วยการส่งเสริมให้ชาวฮั่น อพยพถิ่นฐานไปอยู่ในเขตนี้กันมากขึ้น ด้วยหวังจะให้ชาวอุยกูร์ค่อยๆ ลดจำนวนลง เพราะถูกกลืนกินทางชาติพันธุ์จนเป็นหนึ่งเดียว ส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาด้านต่างๆ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

รวมทั้งการผูกมิตรกับตาลีบัน ด้วยข้อตกลงห้ามไม่ให้มีฐานที่มั่นของชาวอุยกูร์หัวรุนแรง ที่โจมตีสถานที่ราชการของประเทศจีน แลกกับการรับรองสถานะรัฐบาลตาลีบัน อีกทั้งยังมีโอกาสที่จีนจะได้เริ่มต้นเส้นทางสายไหมที่เคยรุ่งเรืองในอดีต ตามแผนการที่จีนวางเอาไว้นานแล้ว ด้วยการผูกมิตรกับประเทศแถบเอเชียกลางซึ่งส่วนใหญ่เป็นรัฐอิสลามทั้งสิ้น


— แผลที่สอง — คือปัญหาอาณาเขตทะเลจีนใต้ กับเส้นประ 9 เส้นที่ลากเกือบประชิดชายฝั่งเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนิเซีย และบรูไน หากดูแผนที่เส้นประ 9 เส้นของจีนที่อ้างกรรมสิทธิ์เหนือผืนน้ำทะเลจีนใต้แล้ว เป็นใครก็ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “เอามาเกินไป” เพราะจีนขีดลากประชิดชายฝั่งของทุกประเทศในแถบนั้น ชนิดที่เรียกได้ว่าเหลือเอาไว้ให้แค่ เล่นน้ำริมหาด ก็คงไม่เกินความเป็นจริงสักเท่าไหร่

แถมยังไปถมทะเลสร้างเกาะเอาคนไปอยู่ เพื่อจะได้อ้างสิทธิ์ในพื้นที่นอกชายฝั่งได้ไกลขึ้น จึงเป็นแผลใหญ่ที่จีนจะต้องระมัดระวังให้มากที่สุด หากสหรัฐอเมริกาและประเทศพันธมิตรในยุโรป เริ่มท้าทายด้วยการเดินเรือรบในเขตน่านน้ำสากลที่จีนอ้างกรรมสิทธิ์ หากจีนเปิดฉากโจมตีเมื่อไหร่ ประเทศอื่นในแถบทะเลจีนใต้ อาจได้เข้าสมทบรุมประเทศจีนในทันที เพื่อกดดันให้จีนทำตามคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการถาวร

— แผลที่สาม — คือการโจมตีทางไซเบอร์ของแฮกเกอร์จีน รวมทั้งกรณีการแบนบริษัทหัวเว่ยกับเทคโนโลยี 5G แผลนี้เป็นแผลที่จีนไม่รู้สึกเจ็บสักเท่าไหร่ เพราะต่างฝ่ายก็มีแฮกเกอร์โจมตี และโจรกรรมข้อมูลของอีกฝ่ายตลอดเวลาอยู่แล้ว

เมื่อสหรัฐแบนหัวเว่ย จีนก็ชักมีดแทงสวนกลับด้วยคุมเข้มการส่งออกแร่แรร์เอิร์ธ ปัจจัยหลักในการผลิตชิ้นส่วนชิปคอมพิวเตอร์ และชิ้นส่วนไอทีต่างๆ ซึ่งจีนเป็นผู้ส่งออกแร่แรร์เอิร์ธรายใหญ่ที่สุดของโลกเสียด้วย ส่งผลให้ราคาสินค้าไอทีทั่วโลกขาดแคลนกำลังผลิตชิป สินค้าปรับราคาขึ้น ส่งผลกระทบกันทั่วโลก

แผลที่สี่ — กับดักหนี้จีนกับการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง ส่งผลให้ประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างทั้งหมดได้รับความเดือดร้อน แผลนี้จีนได้พยายามปรับความเข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้านด้วยการพาไปดูต้นเขื่อน ให้เห็นว่าไม่มีน้ำใช้เหมือนกัน แต่นั่นก็เป็นแค่พื้นที่ที่จีนกำหนดให้ดู

ใครจะไปเชื่อแม่น้ำที่สร้างปัญหาน้ำท่วม พอสร้างเขื่อนเสร็จพี่จีนบอกน้ำแล้งเสียอย่างนั้น และผลกระทบจากการสร้างเขื่อนก็รุนแรงกว่าที่คิด ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง สัตว์น้ำบางชนิดใกล้สูญพันธุ์โดยเฉพาะปลาบึกที่นักวิชาการเป็นห่วงมากที่สุด

แม้แผลนี้อาจไม่ถึงกับทำให้เกิดสงคราม แต่ก็สร้างรอยร้าวในใจทุกครั้งมีการหยิบยกขึ้นมาพูด แถมจีนยังวางกับดักหนี้สินขนาดใหญ่ด้วยการให้กู้ยืมเงินทุนพัฒนาโครงการสร้างถนน และทางรถไฟเป็นโครงสร้างพื้นฐานให้กับประเทศลาว กัมพูชา และพม่า

ส่วนไทยเองก็เคยได้รับข้อเสนอนี้เช่นกัน แต่ไทยปฏิเสธแล้วหาแหล่งเงินกู้ภายใน และนอกประเทศที่ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า เพราะเห็นบทเรียนจากประเทศลาว ที่ติดกับดักหนี้สินจากประเทศจีน จนต้องแลกกับการเสียพื้นที่โดยรอบเส้นทางรถไฟให้ชาวจีนเข้าไปใช้ทำธุรกิจค้าขาย จนดูเหมือนประเทศที่จะได้ประโยชน์จากรถไฟความเร็วสูงนี้จะเป็นชาวจีนที่ลงทุนเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ในประเทศลาวมากกว่า

ในขณะที่พม่าเองก็ได้เจรจาเรื่องการกู้ยืมเงินลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงจากประเทศจีน และโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก ซึ่งพม่ากำลังก้าวเข้าสู้กับดักหนี้สินจีน เหมือนกับศรีลังกาที่กู้ลงทุนก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกแฮมบันโตตา แต่ใช้หนี้จีนไม่ได้ ต้องยอมให้จีนเช่าท่าเรือเป็นเวลา 99 ปี และตอนนี้กำลังหาทางฉีกสัญญาทิ้งอยู่

— สุดท้ายแผลที่ห้า— จีนเพิ่งสร้างให้กับตัวเองหมาดๆ คือปมการแพร่เชื้อ โควิด – 19 ที่ยังเป็นความลับเพราะทางการจีนยังคงปกปิดหลักฐานทุกอย่าง ไม่ยอมให้องค์การอนามัยโลกดำเนินการสืบหาต้นตอเฟสสอง เมื่อออสเตรเลียยื่นเรื่องให้ดำเนินการสืบหาความจริงให้มากขึ้น สิ่งที่จีนตอบโต้ออสเตรเลีย คือปฏิเสธการเจรจาการค้ากับออสเตรเลียอย่างไม่มีกำหนด

แผลทั้งห้าของจีนเหล่านี้ บาดแผลที่สหรัฐอเมริกาเลือกที่จะใช้เป็นข้ออ้างในการกดดันประเทศจีนมากที่สุดคือ แผลในทะเลจีนใต้ ค่อนข้างชัดเจนว่าจีนตั้งใจละเมิดอธิปไตยทางทะเลของประเทศอื่น โดยปฏิเสธคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการถาวร กรณีพิพาทสิทธิ์เหนือหมู่เกาะและปะการังในทะเลจีนใต้ ที่ฟิลิปปินส์เป็นผู้ฟ้องร้อง

ศาลอนุญาโตตุลาการถาวรกล่าวว่า “จีนไม่มีสิทธิ์ตามประวัติศาสตร์’ ในบริเวณดังกล่าว และต่อว่าการกระทำของจีนเป็นการละเมิดอธิปไตยของฟิลิปปินส์ ยิ่งทำให้สหรัฐอเมริกาที่หมั่นไส้จีนมานาน เปลี่ยนสมรภูมิรบจากเอเซียกลาง มาเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แม้ว่าจีนจะไม่ได้เสียเปรียบในเรื่องกำลังรบ มีรัสเซีย กับ เกาหลีเหนือ เป็นพันธมิตร แต่การรบทางทะเลครั้งนี้ จีนน่าจะประเมินได้ว่ามีแต่แพ้ กับ แพ้ ถ้าจีนแพ้ขึ้นมา จีนจะเสียทั้งพื้นที่ทะเลจีนใต้ เสี่ยงต่อการถูกแบ่งแยกดินแดนในพื้นธิเบต และ ซินเจียงอุยกูร์ และอาจจะเสียความเป็นเจ้าหนี้กับสหรัฐอเมริกา ที่เรียกกันว่า “รบล้างหนี้” จีนจึงยอมอยู่นิ่งๆ ตอบโต้เท่าที่จำเป็น

ตอนนี้ก็แค่รอเวลาให้เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์สหรัฐ เก็บข้อมูลกำลังรบทางทะเลของจีนให้มากที่สุด เพื่อนวางแผนการรบ การป้องกัน ให้ทุกประเทศมั่นใจว่าจะสู้กับจีนได้อย่างอย่างแน่นอน

หากทุกประเทศพร้อมใจไม่กลัวจีน ใช้เรือรบของตัวเองลงพื้นที่พิพาทอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองพื้นที่ทางทะเล โดยมีสหรัฐอเมริกาคอยคุ้มครอง เมื่อนั้นจีนจะฟิวส์ขาดเปิดฉากการโจมตีใส่เรือที่รุกล้ำและนำไปสู่สงครามเต็มตัว เพราะจีนประกาศไม่ยอมในเรื่องนี้อย่างชัดเจน ซึ่งที่แรกที่น่าจะโดนก่อนคือไต้หวัน หอกข้างแคร่ที่ทิ่มแทงกันมานาน

ประเทศไทยต้องจับตามองความเคลื่อนไหวในทะเลจีนใต้ในปีหน้าให้ดี การรักษาความเป็นกลางเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับไทย แม้จะได้รับความกดดันจากจีนและสหรัฐอเมริกา ในกรณีบริจาคเงินช่วยเหลือและวัคซีนโควิค จากทั้งสองประเทศ แต่ไทยเราไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ดังกล่าว การเลือกข้างคือการนำพาประเทศเข้าสู่สงครามโดยไม่จำเป็น.

Copyright © Readspread.com ติดต่อฝ่ายข่าว Tel.089-922-7859 Email/Yothin.Yoojongdee@gmail.com | Newsphere by AF themes.