Readspread.com

News and Article

สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ต้องเริ่มสร้างตั้งแต่วันนี้

"ปัจจุบันประเทศไทยเรายังขาดองค์ความรู้ และบุคคลากรในการผลิตสื่อที่มีความปลอดภัยและสร้างสรรค์ให้กับเยาวชนอย่างมาก และสิ่งที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กำลังทำอยู่ในเวลานี้คือ การสร้างองค์ความรู้ในการผลิตสื่อให้กับเด็ก โดยรวบรวมนำเอาผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่างๆที่เกี่ยวข้อง เข้ามาวิจัยและพัฒนาบุคลากร ในการสร้างสื่อสำหรับเยาวชนโดยเฉพาะ

แม้ในจะมีรายการและสื่อเพื่อเยาวชนต่างๆออกมามากมาย แต่เมื่อดูเนื้อหากันจริงๆแล้วยังมีรายละเอียดเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชนในแต่ละช่วงวัยอีกมากมายที่ต้องปรับปรุงให้เหมาะสม และนำองค์ความรู้ที่ได้มาเหล่านี้มาเผยแพร่ให้ทุกคนเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของสื่อกับเยาวชนต่อไปในอนาคต” ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวถึงความสำคัญของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในโอกาสการศึกษาวิจัยเรื่อง “การศึกษาวิจัยและพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย (อายุ 3-6 ปี)” เพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านการผลิตสื่อ โดยร่วมมือกับ วิทยาลัยนวัตกรรม ม.ธรรมศาสตร์ และสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส

ซึ่งโครงการนี้มีวัตถุประสงค์พัฒนาและจัดทำหลักสูตรการอบรมเบื้องต้น เพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านการผลิตสื่อ สำหรับเด็กปฐมวัย ช่วงอายุ 3 – 6 ปี ที่มีความเหมาะสมกับพัฒนาการเด็กและสถานการณ์ และทดลองผลิต สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่เหมาะกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย ตลอดจนนำร่องการใช้หลักสูตรการอบรม เบื้องต้นสำหรับพัฒนาศักยภาพคนในการทำงานด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในกลุ่มเป้าหมายอื่นในอนาคต

ธนกร ยังกล่าวอีกว่า กองทุนพัฒนาสื่อ ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ดำเนินงานสนับสนุนการพัฒนาสื่อสำหรับเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้ทุน สนับสนุนและดำเนินงานเอง โดยโครงการดำเนินงานเองจะเป็นการทำงานหนุนเสริมเติมเต็มจากการให้ทุน ดังเช่นโครงการนี้เป็นการผลิตสื่อสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัยอายุ 3-6 ปีประเภทรายการโทรทัศน์ตาม แนวทางการวิจัยร่วมกับสหวิชาชีพทั้งภาควิชาการและวิชาชีพ

ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านเด็กและด้านสื่อ ซึ่งมุ่งมั่นให้เป็นรูปแบบการทำงานเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ในการผลิตสื่อสำหรับเด็กปฐมวัยอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้น ไป ที่ทางวิชาการและการแพทย์ระบุว่าเด็กช่วงอายุดังกล่าวสามารถรับชมผ่านสื่อประเภทจอหรือโทรทัศน์ได้ และนำร่องการอบรมหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย (อายุ 3 – 6 ปี) ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาควิชาชีพและภาควิชาการ เพื่อให้ได้ทั้งเนื้อหาและรูปแบบที่เหมาะสมกับการผลิตงานจริงโดยโครงการดังกล่าวนี้ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2563 และถือว่าประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ จึงได้ดำเนินงานต่อเนื่องมาจนถึงระยะที่ 2 ในปี 2564 นี้ด้วยเช่นกัน

ระวีวรรณ ทรัพย์อินทร์ อาจารย์ประจำ วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิจัยผู้รับผิดชอบการศึกษาวิจัยในครั้งนี้กล่าวเสริมว่า จากการศึกษาวิจัยที่ผ่านมาในปี 2563 ทำให้ได้แนวทางหลักสูตรการอบรมเบื้องต้นเพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านการผลิตสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย อายุ 3 – 6 ปี โดยมีการนำร่องจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อสร้างองค์ความรู้และความ เข้าใจการผลิตสื่อต้นแบบสำหรับเด็กปฐมวัย ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้ (D) ชั้น 3 สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยเป็นวิทยากรเพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้องค์ความรู้อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะด้านเนื้อหา (Content) ที่ควรมุ่งสื่อสารเพื่อส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย ไม่ว่าจะเป็น รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น, ธิดา พิทักษ์สินสุข กรรมการบริหารสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทย, ดร.แพง ชินพงศ์ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีเพื่อเด็กปฐมวัย และศ.นพ.วีระศักดิ์ ชลไชยะ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น

จากการทำพูดคุยร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาชาวิชาชีพ เราพบว่าเนื้อหาที่ควรมุ่งสื่อสารกับเด็กในช่วงวัยนี้ต้องประกอบไปด้วย

1.          กระตุ้นจินตนาการ และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์

2.          พัฒนาทักษะทางสังคม (Social Skills)

3.          นำเสนอเนื้อหาที่สะท้อนและเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของเด็กๆได้

4.          ส่งเสริมการเข้าใจและภูมิใจในความเป็นตัวเอง (Self-Extreme)

5.          สอดแทรกบริบทแวดล้อมให้เหมาะสมกับสังคมไทย

ต้องคำนึงถึงสิ่งที่ควรและไม่ควรทำ (Do and Don’t) ได้แก่

สิ่งที่ควรทำ (DO)

1.          สื่อสารประเด็นใจความสำคัญเพียงประเด็นเดียวและต้องไม่ยาวจนไป (ความยาวที่เหมาะสมคือ 2 – 10 นาที โดยจำนวนนาทีที่แนะนำที่เหมาะสมอาจจะคำนวณจากอายุได้คราวๆ เช่น 3 ขวบไม่ควรเกิน 3 นาที 4 ขวบไม่ควรเกิน 4 นาที เป็นต้น)

2.          มีลักษณะเป็นสื่อที่สร้างการมีปฎิสัมพันธ์ (Interactive) หรือเป็นการสื่อสารแบบ 2 ทาง (Two Ways Communications)

3.          ต้องมีความสนุกนำ ซึ่งความสนุกนั้นมักเกิดจากการเปิดโอกาสให้เด็กได้มีความร่วมและมีปฎิสัมพันธ์ กับสื่อ

4.          สื่อต้องสร้างการมีส่วนร่วม หรือการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Learning Through Play) ไม่จงใจสอนจนเกินไป

5.          กระตุ้นจินตนาการ

6.          การนำเสนอควรจะต้องมีคาแรคเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ น่าจดจำ

7.          ตัวละครไม่เยอะ แต่ว่าคาแรคเตอร์ของตัวละครต้องมีความชัดเจน

8.          เรื่องต้องเป็นเชิงประจักษ์ เป็นพฤติกรรมที่เห็นชัดเจน ไม่เป็นนามธรรม

9.          เนื้อหาเรียบง่าย (Simplify) ไม่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่เด็ก ๆ จะนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง

10.        สามารถใช้และเพลงประกอบ เพื่อความน่าสนใจและเพื่อความสนุกสนาน และดนตรียังจะช่วยเสริมสร้างจินตนาการได้ด้วย และเป็นสื่อที่เข้าถึงเด็กๆได้ง่าย

11.        ใช้แก่นการนำเสนอด้วย Positive Approach และใช้ถ้อยคำในเชิงบวกเพื่อเสริมพลังบวก

12.        ใช้หลักการนำเสนอเน้นย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ ในใจความ หรือ ถ้อยคำสำคัญ (Keywords) ที่ต้องการสื่อสารให้ชัดเจน

13.        จบแบบ Happy Ending  

สิ่งที่ไม่ควรทำ  (Don’t)

1.          การสร้างตัวละครที่โหดร้าย หรือเป็นผู้ร้ายรุนแรงเกินไป

2.          ระวังการใช้ภาพเสียงที่รุนแรง

3.          อย่ายัดเยียดในสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องการให้เด็ก

4.          ระวังเรื่องเนื้อหาที่เด็กอาจจะเลียนแบบ ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายหรือผลเสียต่อตัวเด็กได้

5.          อย่าพูดเยอะ Less Talk More Action ต้องเน้นที่การกระทำ มีบทพูด บทสนทนาให้น้อยแต่แสดงให้

เห็นเป็นการกระทำให้ชัดเจน

6.          ไม่สื่อสารแบบ One-way Communications ไม่มองเด็กเป็น passive audience

7.          ไม่แกล้งใช้ทำเสียงเลียนแบบเด็กๆ เพราะเด็กจะรู้สึกถูกล้อเลียน การใช้เสียงต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน

ที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการให้ทุนผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จำนวน 2 รายการ ได้แก่ รายการ Flowers Power ความยาว 5 นาที จำนวน 2 ตอน เป็นรายการสำหรับเด็กปฐมวัยที่มีเนื้อหาด้านทักษะสังคมและศิลปะ และรายการ Sound to Song ความยาว 5 นาที จำนวน 2 ตอน เป็นรายการสำหรับเด็กปฐมวัยที่มีเนื้อหาด้านทักษะสังคมและดนตรีผสานการเคลื่อนไหว และจะมีการทดลองให้เพื่อนำผลตอบรับมาพัฒนาเป็นองค์ความรู้ในการผลิตสื่อรุ่นต่อไป

“เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าสื่อทุกวันนี้ไม่เหมือนกับคนรุ่นก่อนที่มีเพียงสื่อหลักไม่กี่สื่อ แต่ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าใครๆก็เป็นสื่อได้หมด แต่สิ่งสำคัญที่อยากฝากไว้คือเราต้องแยกให้ออกว่าคนไหนเป็นสื่อสารมวลชน และคนไหนเป็นเพียงผู้ใช้สื่อเพื่อการสื่อสารข่าวสารและความรู้สึกออกไป และความยากที่มากขึ้นก็คือความจริงของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เรื่องจริงที่เราสอนกับลูกหลานของเรา อาจจะไม่ใช่ความจริงในมุมมองของคนอื่น

สื่อคือเครื่องมือสื่อสารสำคัญและเป็นเครื่องมือเดียวที่จะให้ความจริง ให้ความรู้ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับเยาวชนทุกคนในรับรู้ในสิ่งเดียวกัน ดังนั้นเราทุกคนจึงความตระหนักถึงการเลือกสื่อและผลิตสื่อที่มีคุณภาพ สร้างเนื้อหาที่มีความปลอดภัยและสร้างสรรค์กับเยาวชนของเรามากที่สุด” ธนกร ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวทิ้งท้าย

Copyright © Readspread.com ติดต่อฝ่ายข่าว Tel.089-922-7859 Email/Yothin.Yoojongdee@gmail.com | Newsphere by AF themes.