Readspread.com

News and Article

กุญแจสำคัญสู่การดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานไทย ยุค 4.0

กุญแจสำคัญสู่การดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานไทย ยุค 4.0

สมาคมเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ปรับกระบวนทัศน์การดูแลผู้ป่วยเบาหวานไทย ยุค 4.0ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนมีบทบาทสำคัญพร้อมเดินหน้าสร้าง “เครือข่ายชมรมเบาหวานในประเทศไทย”ใหครอบคลุมทั่วประเทศ มั่นใจช่วยลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานในอนาคตได้จริงโรคเบาหวาน นับเป็นโรคที่มีความสำคัญระดับโลกซึ่งนานาชาติต่างให้ความสำคัญในการดูแล รณรงค์เพื่อลดความชุกของการเกิดโรคเบาหวาน โดยองค์การอนามัยโลก (WHO)ได้ระบุให้หยุดการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยเบาหวาน เป็นเป้าหมาย 1 ใน 9

เป้าหมายของการดูแลกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเนื่องด้วยสถิติผู้ป่วยเบาหวานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจนเป็นที่น่ากังวลล่าสุดสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติได้รวบรวมข้อมูลจากทั่วโลกพบว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคเบาหวานมากถึง 415 ล้านคน หรือในทุก 11คนจะมีผู้ที่เป็นเบาหวาน 1 คน อีกทั้ง WHO ยังได้คาดการณ์ไว้ว่าในปี 2583ยอดผู้ป่วยโรคเบาหวานจะเพิ่มขึ้นเป็น 642 ล้านคน ซึ่งเปรียบเสมือน “ภัยเงียบ”ที่คร่าชีวิต 1 คนในทุกๆ 6 นาที เลยทีเดียว

นพ. มรุต จิรเศรษฐสิริ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า“จากสถานการณ์ของโรคเบาหวานในปัจจุบัน นับเป็นปัญหาใหญ่ระดับทั่วโลกและยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยด้วยเช่นกัน เนื่องด้วยปัจจุบันมีผู้ป่วยเบาหวานเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2 แสนคนต่อปี เสียชีวิตถึงปีละ 8,000 คนซึ่งปัจจัยหลักเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายและพบว่าคนรุ่นใหม่มีโอกาสเป็นเบาหวานสูงขึ้นจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป นอกจากนี้ ข้อมูลของสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเทศไทยต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคเบาหวานเฉลี่ยสูงถึง 47,596ล้านบาทต่อปี และที่น่าเป็นห่วงคือ มีคนไทยที่เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานอีก 7.7ล้านคน ซึ่งคาดว่ากลุ่มเสี่ยงเหล่านี้จะกลายเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานในอัตราร้อยละ 5-10 ต่อปี

ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญโดยได้บรรจุให้โรคเบาหวานอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ประเทศไทยสุขภาพดีวิถีไทย พ.ศ.2554-2563 และรวมไปถึง UNDPหรือโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทยโดยการสนับสนุนการจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อรณรงค์ในการต่อสู้กับโรคเบาหวานมาอย่างต่อเนื่อง”ศ. เกียรติคุณ พญ. วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯเปิดเผยว่า “จากข้อมูลของคนไทยที่แสดงว่า คนไทยกว่า 7 ล้านคนในปัจจุบันมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานนั้น นับว่าเป็นตัวเลขที่น่าวิตกกังวลมากนอกจากนี้พบว่าคนไทยที่เป็นโรคเบาหวานอยู่แล้วส่วนใหญ่คือเกินครึ่งหนึ่งยังควบคุมเบาหวานไม่ได้ตามเป้าหมาย ในฐานะสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯได้ตระหนักและเร่งระดมความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในทุกภาคส่วนเพื่อร่วมรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจด้วยวิธีการต่างๆ รวมถึงมีการสร้าง“เครือข่ายชมรมเบาหวานในประเทศไทย”
เพื่อเชื่อมโยงชมรมเบาหวานที่มีอยู่บ้างแล้วเข้าด้วยกันโดยได้เริ่มโครงการเครือข่ายชมรมเบาหวานมาตั้งแต่ปี 2557และได้ร่วมกับโรงพยาบาลในภูมิภาคต่างๆให้มีการจัดตั้งชมรมเบาหวานเพิ่มขึ้นและเชื่อมโยงชมรมทั้งหมดเป็น“เครือข่ายชมรมเบาหวาน”

เพื่อให้เกิดการพัฒนาการดูแลรักษาและควบคุมโรคเบาหวานครอบคลุมทั้งประเทศชมรมเบาหวานเป็นการรวมตัวของบุคลากรทางการแพทย์หรือทีมผู้ให้การรักษาผู้เป็นเบาหวานและครอบครัว รวมทั้งผู้สนใจเข้าเป็นกลุ่มซึ่งเป็นการรวมตัวที่ก่อให้เกิดประสิทธิผลมากด้วยแพทย์และทีมดูแลผู้ป่วยเบาหวานจะได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้เป็นเบาหวานและครอบครัวอย่างใกล้ชิดผู้ป่วยเบาหวานและครอบครัวได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กันและกันทำให้เข้าใจถึงปัญหา และร่วมกันหาทางออกที่ดีนำไปสู่การพัฒนาการดูแลตนเองและการช่วยเหลือระหว่างผู้ป่วยด้วยกันนับเป็นอีกมิติหนึ่งในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานไทย ยุค 4.0 ทั้งนี้ สมาคมฯยังคงเดินหน้ามุ่งขยายเครือข่ายชมรมเบาหวานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยเบาหวานในโรงพยาบาลระดับภูมิภาคต่างๆ

เพื่อช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานและช่วยลดอัตราการเกิดของโรคเบาหวานในอนาคตอีกด้วยที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้จัดสัมมนาเพื่อพัฒนาเครือข่ายชมรมเบาหวานไปแล้ว รวม 7จังหวัด เริ่มจากกรุงเทพฯ อุบลราชธานี สงขลา เชียงใหม่ ระยอง พิษณุโลกและนครศรีธรรมราชสามารถเข้าถึงผู้นำกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานและบุคลากรทางการแพทย์ รวมกว่า 1,200คน จากทั้งหมด 128 โรงพยาบาลและมีแผนดำเนินการขยายสังคมเครือข่ายเบาหวานให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อให้การรักษาเบาหวานบรรลุเป้าหมาย และลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนอันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเห็นว่าควรมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์สร้างเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องเหมาะสมแก่ผู้ป่วยและประชาชน

ศ. คลินิก นพ. วีระศักดิ์ ศรินนภากร นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ด้านเวชกรรมสาขาอายุรกรรม โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า “ในฐานะที่โรงพยาบาลราชวิถีเป็นโรงพยาบาลของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขนั้นก็ได้มีการปรับกระบวนทัศน์การดูแลผู้ป่วยเบาหวานในยุค 4.0โดยมุ่งสร้างความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อการควบคุมโรค เช่นการรับประทานอาหารสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม ปริมาณการบริโภคที่ไม่เกินการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับโรคและสภาพร่างกาย การลดน้ำหนักตัวถ้าอ้วนการเลิกสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ การติดตามการรักษาโรครวมถึงปัจจัยเสี่ยงและคัดกรองภาวะแทรกซ้อนโดยการดูแลผู้ป่วยจะสำเร็จได้ต้องอาศัยผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางจึงต้องส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้ โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ 1)ไม่มีความรู้/ขาดทักษะ:การแก้ไขต้องให้ความรู้และสร้างทักษะให้ผู้ป่วยและญาติหรือผู้ดูแลผู้ป่วย 2)มีความรู้แต่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม:ต้องมีการพูดคุยเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเสริมสร้างพลังใจ และ 3)มีความรู้และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม สามารถดูแลตนเองและแนะนำผู้อื่นได้ซึ่งวิธีดังกล่าวจะทำให้การดูแลโรคเบาหวานในยุค Thailand 4.0เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

สำหรับมุมของตัวแทนผู้ป่วยเบาหวานยุค 4.0 คุณอุไร พันธุมโพธิ อายุ 90 ปีเป็นผู้ที่ได้รับรางวัลสุดยอดผู้ป่วยเบาหวาน เล่าให้ฟังว่า“จากการเข้าร่วมเครือข่ายชมรมเบาหวาน ทำให้ทุกวันนี้ป้าสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ไม่มีภาวะโรคแทรกซ้อนใดๆจึงเป็นที่มาของรางวัล “สุดยอดผู้ป่วยเบาหวาน” สิ่งสำคัญจากที่ได้เข้าร่วมเครือข่ายคือผู้ป่วยสามารถเข้าถึงแพทย์และพยาบาลได้อย่างใกล้ชิดโดยใช้สื่อโซเซียลมีเดียเป็นตัวกลางในการสื่อสาร ทั้งกลุ่มไลน์, เฟซบุ๊ก ฯลฯซึ่งบุคลากรทางการแพทย์จะร่วมอยู่ในกลุ่มด้วยเมื่อผู้ป่วยเกิดสงสัยมีข้อซักถามก็จะได้รับคำตอบอย่างถูกต้อง มีการอธิบายเพิ่มเติมทำให้ผู้ป่วยเข้าใจมากขึ้น และไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะมีทั้งเพื่อนผู้ป่วยครอบครัวผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ที่พูดคุยในเรื่องเดียวกัน ดูแลแนะนำสิ่งดีๆให้กัน รวมถึงยังมีการจัดประชุมเครือข่ายชมรมเบาหวานทุกๆ เดือนทำให้ติดตามผลได้เป็นอย่างดี ต่างจากการนัดพบแพทย์ในคลินิกของโรงพยาบาลที่ตารางนัดค่อนข้างแน่นและแพทย์มีเวลาพูดคุยกับผู้ป่วยเพียงไม่กี่นาทีทำให้ขาดความรู้ความเข้าใจที่กระจ่างและไม่สามารถสอบถามได้เมื่อเกิดข้อสงสัยที่ผ่านมา ‘เครือข่ายชมรมผู้ป่วยเบาหวานในประเทศ’ช่วยให้ผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจสร้างพลังและกำลังใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มผู้เป็นเบาหวานและกลุ่มเสี่ยงที่เป็นเบาหวานเพื่อการป้องกันโรค เกิดผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและผู้ป่วยยังดูแลตนเองได้เป็นอย่างดี
หลายคนสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้เป็นอย่างดีอีกด้วย”ศ. เกียรติคุณ พญ. วรรณี กล่าวทิ้งท้ายว่า“กุญแจสำคัญในการก้าวไปสู่การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ยุค Thailand 4.0 นั้นจะต้องอาศัยความร่วมมือกันจากทุกภาคส่วน จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ที่สำคัญที่สุดคือภาคประชาชน โดยจะต้องทำ 3 สิ่งหลักๆควบคู่กันไป คือ 1) การถ่ายทอดความรู้และทักษะที่ถูกต้องไปยังผู้ป่วยครอบครัวผู้ป่วย และผู้สนใจในแต่ละชมรมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน 2)การพัฒนาการสื่อสารทางสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งจำเป็นต้องไตร่ตรองถึงความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารและแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้
รวมถึงต้องใช้สื่อออนไลน์อย่างเข้าใจ และ 3) การพัฒนาชมรมเบาหวานให้เป็นพลังสำคัญและนับเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานการดูแลรักษาผู้เป็นเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคเบาหวาน
ได้ที่เว็บไซต์สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ www.DMThai.org หรือ
Facebook: สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ

Copyright © Readspread.com ติดต่อฝ่ายข่าว Tel.089-922-7859 Email/Yothin.Yoojongdee@gmail.com | Newsphere by AF themes.