Readspread.com

News and Article

“MBA” เพิ่มโอกาสให้กับชีวิต

“MBA” เพิ่มโอกาสให้กับชีวิต สู่เส้นทางพิชิตความสำเร็จและมั่งคั่ง

                ปฏิเสธไม่ได้ว่า “การศึกษา” ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะฐานความรู้ที่ยั่งยืน จะนำมาซึ่ง “ความมั่งคั่งที่แท้จริง” ด้วยเหตุนี้ กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ บริการพิเศษทางการเงิน และการลงทุนสำหรับลูกค้าคนสำคัญของธนาคารกรุงศรีอยุธยาจึงได้หยิบยกเรื่องราวความน่าสนใจของหลักสูตรยอดนิยมอย่าง MBA เพื่อบอกเล่าถึงเส้นทางการบริหารชีวิตสู่ความสำเร็จด้วย “สินทรัพย์” ที่เกิดขึ้น จากการศึกษา ผ่านกิจกรรมสัมมนา “ก้าวแรกสู่ความสำเร็จ: ไขเคล็ดลับการสมัครเข้าหลักสูตร MBA ในสถาบันชั้นนำของโลก (Our Advice, Your One-Way Ticket: How to Stand Out and Get Accepted to Top US MBA)”

·        มองให้ลึก รู้ให้รอบ ก่อน (เลือก) เรียนต่อ MBA
ปัจจุบัน ยอดคนสมัครเข้าศึกษาหลักสูตร MBA ยังคงได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ทั้งมหาวิทยาลัย ในประเทศไทยและในต่างประเทศ โดยพบว่ากว่า 40% ของคนไทยที่ต้องการศึกษาต่อในระดับ MBA ต้องการที่จะศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศยอดนิยมอย่างสหรัฐอเมริกา  โดยที่เเต่ละมหาวิทยาลัยก็มีความโดดเด่นเฉพาะทาง แนวทางและคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน รวมถึงรายวิชาที่น่าสนใจที่แตกต่างกันออกไป

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเรียนต่อ MBA เราควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า ต้องการอะไรจากการเรียน เช่น ต้องการเพิ่มพูนความสามารถเพื่อต่อยอดธุรกิจของทางบ้าน หรือเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว หรือต้องการความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) หรือค้นหาตัวตนในสายงานใหม่ๆ (Career track) หรือต้องการเครือข่ายทางธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้น (Networks) ซึ่งเหตุผลทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวชี้วัดว่ามหาวิทยาลัยใดเหมาะสมกับตัวเรา นอกจากนี้ ยังมีสิ่งสำคัญที่จำเป็นเพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจและการเตรียมตัว นอกจากข้อมูลจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยแล้ว การศึกษาข้อมูลสถิติเกี่ยวกับสายอาชีพของศิษย์เก่าหลังเรียนจบ MBA หรือพูดคุยกับศิษย์เก่า (Alumni) จะช่วยทำให้เราทราบข้อมูลเชิงลึกและสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้มากยิ่งขึ้น

·        เปิดโผ 10 อันดับมหาวิทยาลัยดังในสหรัฐอเมริกา กับผลตอบแทนทางรายได้เมื่อจบการศึกษา
ข้อมูลจาก Crimson Education ผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาด้านการเข้าศึกษาต่อในหลักสูตร MBA เผยถึงข้อมูล 10 มหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐอเมริกาและผลตอบแทนรายได้เมื่อจบการศึกษา ภายในงานสัมมนาในครั้งนี้ โดย
อันดับที่ 1 ประกอบด้วย 2 มหาวิทยาลัย คือ Harvard Business School จำนวนนักศึกษาต่างประเทศที่เข้าศึกษาต่อ 35% ผลตอบแทนทางรายได้เฉลี่ย 134,071ดอลลาร์สหรัฐฯ และ University of Pennsylvania Wharton School of Business จำนวนนักศึกษาต่างประเทศที่เข้าศึกษาต่อ 32% ผลตอบแทนทางรายได้เฉลี่ย130,161 ดอลลาร์สหรัฐฯ
อันดับที่ 3 Chicago Booth School of Business จำนวนนักศึกษาต่างประเทศที่เข้าศึกษาต่อ 36% ผลตอบแทนทางรายได้เฉลี่ย 126,937ดอลลาร์สหรัฐฯ
อันดับที่ 4 ประกอบด้วย 3  มหาวิทยาลัย คือ MIT Sloan School of Management จำนวนนักศึกษาต่างประเทศที่เข้าศึกษาต่อ 39% ผลตอบแทนทางรายได้เฉลี่ย 125,036 ดอลลาร์สหรัฐฯ Northwestern Kellogg School of Management จำนวนนักศึกษาต่างประเทศที่เข้าศึกษาต่อ 35% ผลตอบแทนทางรายได้เฉลี่ย 123,998 ดอลลาร์สหรัฐฯ และ Stanford Graduate School of Business จำนวนนักศึกษาต่างประเทศที่เข้าศึกษาต่อ 40% ผลตอบแทนทางรายได้เฉลี่ย 140,553 ดอลลาร์สหรัฐฯ
อันดับที่ 7 University of Berkeley Haas School of Business จำนวนนักศึกษาต่างประเทศที่เข้าศึกษาต่อ 38% ผลตอบแทนทางรายได้เฉลี่ย 112,488 ดอลลาร์สหรัฐฯ  
อันดับที่ 8 Darthmouth Tuck School of Business จำนวนนักศึกษาต่างประเทศที่เข้าศึกษาต่อ 30% ผลตอบแทนทางรายได้เฉลี่ย 123,934 ดอลลาร์สหรัฐฯ
อันดับที่ 9 ประกอบด้วย 2  มหาวิทยาลัย คือ Columbia Business School จำนวนนักศึกษาต่างประเทศที่เข้าศึกษาต่อ 48% ผลตอบแทนทางรายได้เฉลี่ย 129,379 ดอลลาร์สหรัฐฯ และ Yale School of Management จำนวนนักศึกษาต่างประเทศที่เข้าศึกษาต่อ 19% ผลตอบแทนทางรายได้เฉลี่ย 119,146 ดอลลาร์สหรัฐฯ

●     พิชิตมหาวิทยาลัยดัง ต้องทำอย่างไร?

คุณพอล เดมโบว์สกี้ อดีตเจ้าหน้าที่แอดมิชชั่น Chicago Booth School of Business กล่าวว่านักศึกษาไทย ถือเป็นนักศึกษาที่มีศักยภาพสูง แต่น่าเสียดายที่ยังไม่มีข้อมูลและความเข้าใจเกี่ยวกับการสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับ MBA ของสถาบันชั้นนำมากเท่าที่ควร รวมถึงไม่กล้าที่จะสมัคร หรือสมัครแล้วแต่ยังไม่รู้วิธีดึงศักยภาพของตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้จำนวนนักศึกษาไทยที่ศึกษาต่อในโปรแกรม MBA ชั้นนำนั้นมีจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับนักศึกษาจากประเทศอื่นๆเช่น จีน อินเดีย และเกาหลีใต้  ซึ่งการเตรียมตัวศึกษาต่อในโปรแกรม MBA เปรียบเหมือนห้องทดลองขนาดใหญ่ที่ผู้สมัครจะสามารถค้นหาศักยภาพและความถนัดของตนเอง   (Self-Understanding)  และการเรียน MBA ถือเป็นการฝึกฝนและพัฒนาทักษะ เพิ่มจุดแข็ง ลดจุดด้อย เปรียบเหมือนนักแสดงที่เตรียมความพร้อมเพื่อแสดงศักยภาพที่สำคัญบนเวที

แม้ว่าการเตรียมความพร้อมสำหรับ MBA จะไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อให้ผ่านหลักการพิจารณาด้วย 3 ปัจจัยหลักด้วยกัน
1.ตัวบ่งชี้ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา คือ เกรดเฉลี่ยสะสม (GPA) และการสอบ G-MAT (Graduate Management Admission Test) โดยปกติมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรจะมีมาตรฐานในการพิจารณารับนักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 3.00  ขึ้นไป ซึ่งถ้ามีเกียรตินิยมพ่วงท้ายก็จะยิ่งมีเปอร์เซ็นต์ ที่จะสามารถเข้าศึกษาต่อได้ง่ายขึ้น ส่วนคะแนนสอบ GMAT ประกอบไปด้วย 3 ส่วนคือ 1. ข้อสอบการเขียน (Analytical Writing Assessment) 2. ข้อสอบคณิตศาสตร์ (Quantitative) 3. ข้อสอบภาษาอังกฤษ (Verbal) โดยคะแนนขั้นต่ำสำหรับโปรแกรม MBA ชั้นนำ เช่น Wharton จะอยู่ที่ประมาณ 720-730 โดยเฉลี่ย

2. การเขียนเรียงความแนะนำตัว (Personal Statement) คุณไบรอัน เวนทูร่า ผู้พัฒนาโปรแกรม MBA ของ Crimson Education และว่าที่นักศึกษาจาก Harvard Business School กล่าวว่า สิ่งสำคัญในการเตรียม application  เพื่อสมัครในหลักสูตร MBA นอกเหนือไปจากการนำเสนอคุณสมบัติทางการศึกษา และประสบการณ์ในสายอาชีพแล้ว การเขียนเรียงความแนะนำตัว (Personal Statement) จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงความเป็นตัวเราได้ดีที่สุด โดย 4 เคล็ดลับสำคัญในการเขียนเรียงความแนะนำตัว ได้แก่
2.1. Be Original – เป็นตัวของตัวเอง – สิ่งสำคัญคือการบอกเล่าถึงความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจ หรือเรื่องราวที่แฝงไว้ด้วยอารมณ์ขันก็ได้ โดยหลักการสำคัญคือการขยายความว่าสิ่งเหล่านั้นส่งผลต่อตัวคุณอย่างไร และให้บทเรียนอะไรบ้าง
2.2. Connect Your Narrative to the Questions Asked ตอบคำถามให้ตรงประเด็น – การเชื่อมโยงเรื่องเล่าของคุณ เข้ากับคำถามที่มหาวิทยาลัยถามจะแสดงให้เห็นถึงทักษะการเชื่อมโยง ว่าทุกสิ่งที่คุณเขียนไปล้วนมีความเกี่ยวข้องกันทั้งสิ้น
2.3. Establish Fit with the School – โปรแกรมไหนที่ ‘โดนใจ’ คุณ และ ‘เหมาะ’ กับคุณที่สุด- คุณจำเป็นต้องอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลและน่าสนใจให้ได้ว่าเหตุใดหลักสูตรที่คุณต้องการสมัครจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับตัวคุณที่สุด ทางที่ดี คือควรบอกให้ได้ว่าประสบการณ์ที่ผ่านมามีส่วนช่วยจุดประกายความสนใจในหลักสูตรที่สมัครอย่างไรบ้าง
2.4. Use Good Writing Skill เขียนให้ดี เขียนให้โดน- แม้ว่าภาษาอังกฤษจะไม่ใช่ภาษาหลักของหลายๆคน แต่การเขียนให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะจะช่วยให้คุณสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ โดยหลักการเขียนที่ดีควรเขียนให้สั้น กระชับ แต่ได้ใจความสำคัญที่ครบถ้วน
3. จดหมายรับรอง (Recommendation letter) จดหมายรับรองที่ดีนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องถูกเขียนขึ้นโดยบุคคล ที่มีชื่อเสียง หรือมีตำแหน่งที่ใหญ่โต แต่ควรจะเป็นจดหมายรับรองที่มาจากคนที่รู้จัก มีความเกี่ยวข้อง หรือร่วมงานกับผู้สมัครจริงๆ อาทิ อาจารย์ หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า หรือศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเหล่านั้น จะช่วยสร้าง ความน่าเชื่อถือในด้านคุณสมบัติของผู้สมัคร และเพิ่มโอกาสในการถูกรับเข้าศึกษาต่อได้มากกว่า

นอกจากนี้ ภายในงานสัมมนาครั้งนี้ ยังได้เชิญศิษย์เก่าที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ มาร่วมพูดคุยถึงการตัดสินใจเลือกเรียนต่อ MBA พร้อมบอกเล่าประสบการณ์ที่ได้รับและการนำมาต่อยอดในการบริหารธุรกิจและบริหารชีวิต สู่ความสำเร็จอีกด้วย

คุณพาย – ภัณทิรา ฤทธิ์วีระเดช นักศึกษา Mechanical Engineering ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยนอธธิงแฮม (University of Nottingham) และคุณพ่อ สมพงษ์ ฤทธิ์วีระเดช ได้กล่าวถึง มุมมองที่มีต่อการศึกษาและการต่อยอดในหลักสูตรนี้ว่า “ตอนนี้กำลังจะจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนต่อในทางไหน จะไปต่อสาขาเดิม นั่นก็คือ วิศวกรรมศาสตร์ หรือว่าเปลี่ยนไปสาขาอื่น การได้มาฟังสัมมนาในครั้งนี้ ทำให้เปลี่ยนมุมมอง ที่มีต่อ MBA ได้เห็นในมุมที่ลึกขึ้น เพราะสิ่งที่จะได้จากการเรียน MBA คือ เรื่องของ Networking และ Connection ซึ่งส่วนตัวมองว่ามีความสำคัญไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดๆ ก็ตาม เพราะมันคือ โอกาสที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จ โดยตั้งใจว่าหลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว อาจจะทำงานสัก 2-3 ปีก่อน เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และจะได้นำเอาประสบการณ์ดังกล่าวไปใช้ในการเรียนต่อ MBA ต่อไป ในส่วนของคุณพ่อ ก็ให้การสนับสนุนและให้อิสระในการตัดสินใจเต็มที่ เพราะคุณพ่อบอกเสมอว่าคนเราจะเติบโตและได้ดีได้ด้วย “การศึกษา”

ทางด้าน คุณอรรคพล กิตติวังชัย บัณฑิตจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พูดถึงความสำคัญต่อหลักสูตร MBA ว่า “โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบเกี่ยวกับเรื่องของการศึกษาอยู่แล้ว หลังจากสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีแล้ว ผมได้เริ่มงานในตำแหน่ง International Executive Sale ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ควบคู่กับการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพิ่มอีกหนึ่งใบ จึงมองว่าการสัมมนาครั้งนี้เป็นโอกาสอันดี ที่จะได้ศึกษาข้อมูล เพื่อใช้ในการวางแผนศึกษาต่อต่างประเทศโดยเฉพาะในหลักสูตร MBA ซึ่งจะสามารถช่วยพัฒนาทักษะด้านการบริหารธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ทางด้านธุรกิจในสังคมใหม่ๆ ที่เปิดกว้างในระดับสากล ได้ในอนาคตต่อไป โดยมหาวิทยาลัยที่มองไว้คือ Thunderbird School of Global Management รัฐแอริโซนาประเทศสหรัฐอเมริกา

กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์พริวิลเลจที่ทาง “กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ” มอบเอกสิทธิ์ให้กับลูกค้าคนสำคัญที่ใช้บริการพิเศษทางการเงินและการลงทุนกับทางธนาคารด้วยดีเสมอมา เพื่อให้ลูกค้าสามารถมี “อิสระแห่งเวลา” ที่จะสามารถส่งต่อความมั่งคั่งที่แท้จริงอย่าง “การศึกษา” ให้กับคนที่สำคัญสำหรับเขาได้อย่างเต็มที่ โดย “กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ” ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์และนำเสนอสิทธิพิเศษทางการเงินและการลงทุน รวมถึงกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.krungsri.com/bank/th/KrungsriExclusive หรือ โทร 02-296-5566

Copyright © Readspread.com ติดต่อฝ่ายข่าว Tel.089-922-7859 Email/Yothin.Yoojongdee@gmail.com | Newsphere by AF themes.