Readspread.com

News and Article

TRIS เผยผู้ประกอบการไทยควรเร่งปรับตัวรับ พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ที่จะมีผลบังคับใช้ 1 มิ.ย. นี้

ทริส คอร์ปอเรชั่น จัดสัมมนา TRIS Annual Forum ภายใต้แนวคิด “Maturity in Privacy” เผยแพร่ความสำคัญของ Data Governance และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีผลบังคับใช้ 1 มิ.ย. 2564 ผ่านมุมมองวิทยากรผู้คร่ำหวอดในวงการ เพื่อเป็นประโยชน์แก่หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ บริษัทจดทะเบียน บริษัทเอกชน และบุคคลทั่วไป สามารถนำข้อมูลไปปรับใช้ พัฒนาการบริหารจัดการข้อมูล สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับองค์กร
TRIS

สมพร  จิตเป็นธม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ทริส) เปิดเผยว่า ในฐานะที่ทริส คอร์ปอเรชั่น เป็นบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจด้านการบริหารพัฒนาองค์กร เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดงานสัมมนาประจำปี 2564 TRIS Annual Forum ภายใต้แนวคิด “Maturity in Privacy” เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ และสร้างความตระหนัก เกี่ยวกับ    ธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance)  ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) และการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act (PDPA) Compliance) ให้กับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชน ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อม เพื่อทำความเข้าใจและค้นหาคำตอบเกี่ยวกับ Data Governance, Data Privacy และการปฏิบัติตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

สมพร  จิตเป็นธม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ทริส)

ปัญหาที่เป็นอยู่ในเวลานี่คือ หลายองค์กรคิดว่าเข้าใจในตัวบทกฎหมายนี้แล้วเป็นอย่างดี แต่ยังไม่ทราบถึงรายละเอียดในวิธีการบริการจัดการข้อมูลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่ารู้แต่รู้ไม่จริง ซึ่งปัญหานี้อาจสร้างความเสียหายให้กับองค์กรอย่างแรกคือ

1. เสียศูนย์ เมื่อองค์กรถูกฟ้องร้องเรื่องการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล แน่นอนว่าเกิดความผิดพลาดในการบริหารดูแลข้อมูลส่วนบุคคลที่ผิดพลาดจนอาจทำให้เสียทิศทางในการดำเนินธุรกิจไป

2. ศูนย์เสีย ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะต้องถูกจ่ายค่าปรับเป็นเงินจำนวนมหาศาล ซึ่งกรณีนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในต่างประเทศ ที่ถูกฟ้องร้องค่าเสียหายนับพันล้าน

3. เสียเซล์ฟ เมื่อเกิดความเสียหายกับธุรกิจไม่เพียงแต่ผู้บริหารจะเสียความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเสียความเชื่อใจจากลูกค้าที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคล

ซึ่งข้อมูลอันมีค่าเหล่านี้เปรียบเสมือนสินทรัพย์ ที่สร้างมูลค่าให้กับธุรกิจในอนาคต ดังมีคำกล่าวว่า ในอนาคตดาต้าคือแหล่งน้ำมันขับเคลื่อนธุรกิจ ซี่งทุกองค์กรจะได้ต้องดูแลรักษาข้อมูลเหล่านี้ให้ดี

การจัดงานงานสัมมนาครั้งนี้เชื่อว่าจะสามารถทำให้ผู้ร่วมงาน ได้รับความรู้ที่จะเป็นข้อมูลและแนวทาง นำไปปรับใช้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจและองค์กรให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตของกฎหมาย และสร้างคุณค่าจากข้อมูลให้กับธุรกิจได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นการยกระดับความเชื่อมั่นในมาตรฐาน และการดำเนินงานเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความโปร่งใส รับผิดชอบต่อสังคม สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับองค์กรได้อีกด้วย

ซึ่งภายในงานได้รับเกียรติจาก อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวเปิดงาน ร่วมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ และวิทยากรผู้คร่ำหวอดในวงการ วรรณวิทย์ อาขุบุตร  ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ข้อมูลหัวข้อ “Privacy สภาพบังคับ หรือ สภาพแข่งขัน” นนทวัตต์ สาระมาน นายกสมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์ (CIPAT) และกรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (Digital Council of Thailand) ในหัวข้อ “PDPA in Action (IT Solution)”

ผศ.ดร.มัชฌิกา อ่องแตง อาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และคณะอนุกรรมการ มาตรฐานปฏิบัติด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain Standard of Practice) วสท. ในหัวข้อ “PDPA in Action (IT Solution) ผู้สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก  TRIS

Copyright © Readspread.com ติดต่อฝ่ายข่าว Tel.089-922-7859 Email/Yothin.Yoojongdee@gmail.com | Newsphere by AF themes.